อาจเป็นเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงถี่เหมือนซี่ฟัน หรือกองงานที่ทับถมก็ไม่ทราบ รู้ตัวอีกทีตอนอยู่หน้าคอมเวลาประมาณ 5 ทุ่มนิดๆ ก็รู้สึกวูบ งงๆหัว บ้านหมุนๆไปเสียแล้ว เลยตัดสินใจวางงานทั้งหมด กินยาแล้วเข้านอน
เช้ามายังมึนเหมือนเดิม อากาศก็ยังอึมครึมไม่เปลี่ยน เลยโทรไปลางานเพื่อชาร์จพลังฟื้นสังขารอีกหนึ่งวัน
กินข้าวได้ 3 คำ กินยา 1 เม็ด แล้วนอนต่อ
……………………..
กว่าสองเดือนแล้วที่ได้ไปทำงานที่นี่ โลกใบเล็กๆอันอบอุ่น
แต่มันก็มาพร้อมกับภาระ การเปลี่ยนแปลง และอะไรหลายๆอย่างที่เราจะต้องพยายามหมุนตามมันให้ทัน
และก็มีบ้างที่ผมหลุดวงโคจร
……………………..
หลับไปนานแค่ไหนแล้วไม่รู้ เหลือบดูนาฬิกาตัวเก่งประจำบ้าน มันหยุดคลานเข็มยาวชี้เลข 6 เข็มสั้นชี้เลข 7 ตั้งแต่ตอนก่อนผมจะหลับ
คนป่วย นาฬิกายังมาตายอีก
ยังมึนๆอยู่ กินน้ำ 1 แก้วแล้วนอนต่อ
……………………..
"ปัญหามากมายพาใจอ่อนล้า ทั้งๆไม่เจตนาแต่ปัญหาก็มาจนได้"
เป็นท่อนหนึ่งของเพลงยาใจคนจน จู่ๆผมก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
อาจเป็นเพราะ หลายเย็นที่ผ่านมานี้ผมร้องเพลงนี้บ่อยครั้งหลังกลับจากทำงาน ขณะจัดการงานบ้านต่างๆ
เศษใบไม้ที่หล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นเพราะลมฝน เสียงไก่จอแจรอกินข้าว พื้นบ้านที่เลอะไปด้วยรอยเท้าสุนัขตัวอ้วนของบ้านที่เพิ่งลุยโคลนมา จานที่ยังไม่ได้ล้าง เมนูอาหารเย็นและอาหารเช้าวันต่อไปที่ยังไม่ได้คิด
พ่อกับแม่ไปทำงานต่างจังหวัดได้เกือบ 1 อาทิตย์แล้ว
……………………..
ผมตื่นขึ้นมาอีกที อาการมึนหัวเริ่มดีขึ้นแล้ว
นาฬิกาชรากลับมาคลานต้วมเตี้ยมอีกครั้ง มีกลิ่นหอมมาจากในครัว ผมเดินตามกลิ่นนั้นไป
พ่อกับแม่กลับมาแล้ว
ไม่มีเสียงไก่จอแจ เศษใบไม้กองเป็นกองใต้ต้น พื้นบ้านเงาวับ สุนัขตัวอ้วนนอนขนเปียกตาปรือมีความสุขในที่ของมัน และอาหารเย็นที่คุ้นเคย
……………………..
ผมนึกถึงข้อความในบล็อกของพี่ชายใจดีคนหนึ่งเขียนเรื่องเวทมนตร์ของคนเป็นแม่ได้อย่างน่าอ่านและอบอุ่น
ไม่น่าเป็นครั้งแรกที่ผมประหลาดใจและแปลกใจกับเวทมนตร์ดังกล่าว แต่เวลาที่ป่วย อารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ แบบนี้มันทำให้เกิดความรู้สึกที่แสนพิเศษ
……………………..
เกือบ 4 ทุ่ม แล้ว ผมนอนหลับอีกครั้ง
พรุ่งนี้ต้องฝึกเวทมนตร์
อย่าลืมดูแลตัวเอง และคนที่เสกเวทมนตร์แสนพิเศษทั้งสองด้วยนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะ