ทักทายกันอย่างเช่นเคย หวังว่าแกและหัวใจดวงน้อยๆของแกคงจะสบายดี นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันนั่งน้องม้าเหล็กขบวนยาว(ที่แกเรียก)ขบวนเดิม เข้าสู่เมืองหลวงของประเทศไทยเพื่อไปงานสัปดาห์หนังสือ และครั้งนี้ก็เป็นการเดินทางอีกครั้งที่น่าประทับใจ
ครั้งนี้ดูสมาชิกที่ร่วมเดินทางอาจจะเยอะสักหน่อย เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนก่อน ตอนบ่ายแสนน่าเบื่อของวันอากาศอบอ้าววันหนึ่ง ฉันขี่รถออกไปรับแรงบันดาลใจและหาอะไรอ่านในร้านเช่าการ์ตูนเจ้าประจำ
น้องพนักงานสาวร้านเช่าการ์ตูนยังคงคุยเก่งเหมือนเช่นเคย ฉันจำไม่ได้ว่าเราคุยอะไรกันบ้าง แต่เรื่องมันจบตรงที่ฉันรับปากว่าจะพาน้องเขาและก๊วนชาวเช่าการ์ตูนจำนวนหนึ่งขึ้นรถไฟไปงานสัปดาห์หนังสือด้วย
หลังจากนั้นฉันก็แวะไปเช่าการ์ตูนอยู่เรื่อยๆตามปกติ ดูน้องเขาจะตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้เป็นอย่างมาก ถามเรื่องการเดินทางอย่างกระตือรือร้น น้องบอกว่าไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้เป็นครั้งแรก จะไปเดินดูบรรยากาศและหาซื้อหนังสือนิยายมาเพิ่มในร้าน
"พี่พาไปแค่ถึงงานก็พอ ถึงแล้วแยกกันเดินก็ได้ เดี๋ยวพวกหนูอาจจะไปที่อื่นกันต่อ" เธอพูดเสียงสดใส
มันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวครั้งแรกที่แกและอาจารย์ใจดีคนนั้นพาฉันออกเดินทาง
คุณหมอนักแต่งเพลงคนสวยที่ฉันปลื้มเคยบอกไว้ว่า "เราจะพาคนคนหนึ่งไปได้ไกลเท่าที่ที่เราเคยไป" เห็นจะจริง ถึงตาฉันพาคนอื่นไปบ้างแล้ว
เช้าวันที่ออกเดินทางรวมฉันกับเพื่อนฉันสมัย ม.ปลายอีกหนึ่งคน สมาชิกในการเดินทางครั้งนี้ก็เกือบสิบ
ท่ามกลางความตึงเครียดของการเมือง มันทำให้ฉันอดเป็นห่วงเล็กๆในการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราถึงงานสัปดาห์หนังสือก่อนเวลาเริ่มพักใหญ่ ที่สะดุดตาเป็นอย่างแรกของปีนี้ก็คือมีบูทเปิดใหม่ตรงบริเวณทางเข้าด้วย
เมื่อประตูเข้างานเปิด ขณะที่ฉันและเพื่อนสมัย ม.ปลาย สนใจพนักงานขาย เอ๊ย สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์หนึ่ง คลื่นฝูงชนก็ซัดกลุ่มน้องๆหายไปในพริบตา แล้วเราก็แยกเป็นสองกลุ่ม
"เราจะพาคนคนหนึ่งไปได้ไกลเท่าที่ที่เราเคยไป" ฉันพามาได้แต่รู้สึกว่ายังทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไรจริงๆ
ฉันกับเพื่อนเดินดูหนังสือในงานกันพักใหญ่ แต่ก็ยังไม่ค่อยได้หนังสืออะไรเพราะติดใจที่จะเดินดูสาวๆในงานมากกว่า
ล้อเล่นนะ ฉันกะว่าจะเดินดูร้านต่างๆให้ทั่วก่อนแล้วค่อยซื้อตอนบ่าย ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวสัมภาระจะทำให้การเดินเล่นลดความสนุกลง ปีนี้รวมหนังสือที่รับปากให้ฝากซื้อกับหนังสือที่ฉันอยากได้ก็หลายเล่มเอาการ อีกอย่างฉันกะจะกลับรถเที่ยวเย็นอยู่แล้ว เนื่องจากฉันมีนัดกับสาวน้อยคนนั้น สาวน้อยนักวาดการ์ตูนที่เกิดวันเดียวกับแกและพี่สาวแก
ฉันกับเพื่อนเดินกันจนหมดพลังข้าวเช้า จึงหาอะไรรองท้อง ช่วงบ่ายมีพี่ชายใจดีกับเพื่อนชายร่างยักษ์มาสมทบด้วยก่อนที่เพื่อนของฉันจะขอตัวกลับ
ช่วงบ่ายรู้สึกว่าคนจะมากกว่าช่วงเช้าพอสมควรทีเดียว บูทของสำนักพิมพ์ที่ดังๆกว่าจะผ่านฝูงชนออกมาได้ก็ใช้เวลามากอยู่ ฉันปลีกตัวออกจากกลุ่มคณะเดินทางสมทบไปบูทเป้าหมายเป็นครั้งที่สอง และฉันก็มาถึงพร้อมกันกับสาวน้อยนักวาดการ์ตูนคนนั้นพอดี
ไม่ผิดเลยที่แกจะชื่นชอบเธอ มุนินตัวจริงเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากๆ
มีแฟนคลับยืนรอขอลายเซ็นกันพอสมควร ฉันประทับใจที่เธอเซ็นลายเซ็นด้วยการวาดรูปตัวการ์ตูนเป็นคนที่มาขอด้วยมือซ้ายอย่างกระฉับกระเฉง
ถึงคราวฉัน ฉันขอให้มุนินวาดรูปตัวมุนินเอง ฉันบอกเหตุผลไปว่าจะเอาไปให้เป็นของขวัญวันเกิดแกเพราะเกิดวันเดียวกับมุนิน สาวน้อยนักวาดการ์ตูนแปลกใจ ส่งยิ้มตาหยีเล็กๆ และพูดน้ำเสียงน่ารักว่า "งั้นแสดงว่าต้องสวยมากแน่ๆ"
ฉันตอบไปว่าใช่ สวยมาก ทำเธอหัวเราะร่าแล้วก้มหน้าก้มตาสะบัดข้อมือซ้าย วาดปากกาไปมา สุดท้ายก็ออกมาเป็นตัวการ์ตูนลายเส้นอบอุ่นพร้อมคำอวยพร เธอส่งหนังสือคืนให้พร้อมรอยยิ้ม ฉันรับหนังสือพลางกล่าวขอบคุณและถอยออกมาเพื่อให้คนอื่นได้ลายเซ็นเธอบ้าง
ฉันว่าฉันตกหลุมรักสาวน้อยที่เกิดวันที่ 12 เมษาและเขียนการ์ตูนด้วยมือซ้ายคนนี้เสียแล้ว แต่ก็ต้องห้ามใจเพราะจำได้ว่าแกบอกว่าเธอคนนี้มีแฟนแล้ว (ฮา)
ฉันเดินออกมาด้วยหัวใจที่พองโตและแรงบันดาลใจที่ล้นปรี่ ฉันว่ามันเหมือนกับตอนนั้น ตอนที่ฉันรอขอลายเซ็นนักเขียนหน้าตี๋ และตอนที่ฉันรอขอลายเซ็นคุณหมอนักแต่งเพลงคนสวยคนนั้น
ไปงานหนังสือทั้งที จะไม่พูดถึงเรื่องหนังสือก็ดูอย่างไรอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง แม้แต่หนังสือที่อ่านฉันก็เริ่มเปลี่ยนแนวไป รื้อดูจดหมายเก่าๆที่เขียนถึงแกปีที่แล้วฉันยังบ่นให้แกฟังถึงเรื่องรักๆ หนังสือแนวๆความรักอยู่เลย
แต่ตอนนี้ฉันสนุกกับอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ พวกจักรวาลอวกาศ โลกคู่ขนาน การเดินทางข้ามเวลา บิ๊กแบง การกำเนิดจักรวาล ทฤษฎีสตริง อะไรแนวๆนี้
ถึงบางเรื่องจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็เถอะ
ฉันชอบเพราะมันเปิดจินตนาการ มันพาฉันข้ามผ่านอวกาศแสนกว้างใหญ่ พาฉันย้อนอดีตกลับยังจุดกำเนิดของทุกสิ่ง จุดที่แม้แต่ฟิสิกส์ในยุคปัจจุบันก็ใช้กับมันไม่ได้
มันพาฉันไปในส่วนที่จินตนาการของฉันยังก้าวผ่านไปไม่ถึง
การเดินทางไปพร้อมกับหนังสือกับการเดินทางออกไปพบกับธรรมชาติแสนกว้างใหญ่ข้างนอกไม่ต่างกันตรงที่มันทำให้ฉันสำนึกทั้งเจียมตัวว่า มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เล็กจ้อย ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าอะไรทั้งนั้น เรามาอยู่ในที่แห่งนี้ เรามายืมใช้พื้นที่แห่งนี้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น
แกว่าฉันคิดช้าไปไหม ถ้าฉันชอบมันตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่ เกรดการเรียนในเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ของฉันบางทีอาจจะสวยหรูมากกว่านี้ก็ได้ (ฮา)
สุดท้าย การเดินทางไปงานสัปดาห์หนังสือก็ยังคงให้แรงบันดาลใจและจุดไฟให้กับฉันเสมอๆ
ไม่กี่วันหลังจากที่ฉันจบจดหมายฉบับนี้ลง ฉันจะออกเดินทางอีกครั้ง มันเป็นการเดินทางที่ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางของฉันจะไปหยุดลงที่ตรงจุดใด
แต่ใครจะสน เช่นทุกครั้งที่ฉันเดินทาง ภาพความทรงจำระหว่างเดินทางมันชัดเจนกว่าตรงปลายทางเสมอ
ฉันคงบอกแกจนแกเริ่มเบื่อแล้วแน่ว่า ถ้าการเดินทางทำให้คนเราเติบโต ฉันมั่นใจว่าการเดินทางครั้งใหม่นี้มันต้องทำให้ฉันเติบโตขึ้นอีกแน่นอน
แล้วเจอกันวันที่ฉันเริ่มออกเดินทาง
คิดถึงเสมอ
นานต์นานต์ของแก
สวัสดีนายนานต์นานต์ก่อนอื่นต้องขอขอบใจแกมากๆที่ยังคงนึกถึงฉัน และไม่ลืมที่จะเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฉันฟังเสมอๆนะและนี่ก็อีกครั้งที่ฉันอดยิ้มไปกับเรื่องราวที่แกเล่าไม่ได้ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะไปหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางไปงานหนังสืออีกสัก(หลายๆ)ครั้งจริงๆที่คุณหมอนักแต่งเพลงคนสวยที่แกปลื้มเคยบอกไว้ว่า "เราจะพาคนคนหนึ่งไปได้ไกลเท่าที่ที่เราเคยไป" ฉันก็เห็นด้วย เห็นจะจริงตามนั้น แต่ขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า"แต่ถ้าเราไปด้วยกัน เราจะไปได้ไกลเท่าที่เราอยากจะไป"อ่านแล้ว รู้สึกงงมั้ย ฉันก็แอบงงนิดๆอยู่เหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ ถ้าเราไปด้วยกัน ไม่ว่าไกลแค่ไหน ฉันเชื่อว่าสักวันเราก็จะไปถึงขอบใจแกมากๆๆๆสำหรับของขวัญวันเกิดล่วงหน้าเห็นมั้ยละ บอกแล้วว่า มุนิน น่ารักมากๆๆงี้แหละ คนเกิดวันที่ 12 เมษาน่ารักทุกคน (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะไปขอลายเซ็นมุนินบ้างแล้วบอกว่า ให้เป็นของขวัญวันเกิดเพื่อน เพื่อนเกิดหลังมุนินวันนึง แล้วมุนินก็จะบอกว่า … "เกิดหลังมุนินวันนึง ต้องสวยน้อยกว่ามุนินนิดนึงแน่เลย"ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนะแก เมื่อเวลาผ่านไป มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่แกหรอกนะ สำหรับฉันก็เช่นเดียวกันแกเปลี่ยนแนวหนังสือที่อ่าน ฉันเปลี่ยนแนวคิดในบางเรื่องฉันเห็นด้วยกับแก "มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เล็กจ้อย ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าอะไรทั้งนั้น เรามาอยู่ในที่แห่งนี้ เรามายืมใช้พื้นที่แห่งนี้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น"และเมื่อถึงเวลา เราก็ต้องจากโลกนี้ไป ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ดั่งรอยเท้านกในอากาศ คงจะมีเพียงแค่คุณงามความดีที่เราได้ทำเท่านั้นละมั้งที่อาจจะยังเป็นที่เล่าขานสืบไปชั่วลูกชั่วหลานคงไม่ได้มีเพียงการเดินทางที่ทำให้เราเติบโตหลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ทำให้เราเติบโตได้เช่นเดียวกัน และฉันก็เติบโตขึ้นจากหลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามานั้นอีกไม่กี่วันแกก็จะออกเดินทางแล้ว ฉันเองก็อดตื่นเต้นไปกับแกด้วยไม่ได้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรฉันก็ขอให้แกโชคดี ฉันเชื่อแน่ว่าเมื่อเราเจอกันอีกครั้ง ฉันกับแกต่างคนก็ต่างเติบโตขึ้นอย่างแน่นอนไว้เจอกันเมื่อวันนั้นมาถึงนะคิดถึงแกเสมอเพื่อนสาวตัวน้อยของแก